»-(¯`v´¯)-» A...'s profile+++*-*PeRhApS*-* LoVe*-*...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 19

    25 วิธี Take care ความรัก...

    25 วิธี take care ความรัก
    ความรักทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ต้องดูแลเทคแคร์อย่างไรละ ความรักถึงจะไม่จากไป

     

    1. อย่าเขินที่จะบอกรัก

    2 จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ

    3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย

    4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ

    5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

    6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

    7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

    8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

    9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

    10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

    11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

    12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

    13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

    14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

    15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

    16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน

    17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

    18. อย่าอายที่จะขอโทษ

    19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย

    20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

    21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ

    22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

    23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

    24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้

    25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า


     


    *-*มารู้จัก...กับ"ความรัก"กัน...ดีกว่า*-*


    มารู้จักกับ "ความรัก" กันดีกว่า...

    A man overtime falls in love with the woman he is attracted to, and a woman overtime becomes more attracted to the man she loves.

    ผู้ชาย . . . มักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิง . . . จะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก

    You may only be one person to the world but you may also be the world to one person.

    คุณอาจจะเป็นแค่ "คนๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่. . . คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้

    Friendship often ends in love, but love in friendship- never.

    มิตรภาพ. . . มักจะจบลงด้วยความรัก แต่ . . . ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ

    You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it.

    คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อ . . . คุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึง การที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

    Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind.

    ความรัก . . .ก็เหมือนซีเมนต์เปียก ๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งติดหนึบ จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง

    Don't rely on the past to create the future, rely on the future to erase the past.

    อย่าวางใจ ใช้อดีต . . . เป็นตัวสร้างอนาคต แต่จงใช้อนาคตเป็นตัวลบอดีตทิ้งไป

    Love will die if held too tightly; love will fly if held too lightly.

    รักจะเฉาตาย . . . ถ้ายึดไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้ายึดไว้หย่อนเกินไป

    If you love someone tell them, don't wait or else you will lose the chance.

    ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ

     

    It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much.

    ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ฉันรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร

    Love, is like water, we take it for granted. Thus, when it is gone, it becomes crucial.

    ความรัก . . . ก็เหมือนน้ำ เรามักจะเห็นมันเป็นของตาย ต่อเมื่อ มันหมดไปแล้ว นั่นละ ... มันจะกลายเป็นสิ่งจำเป็น

    True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen.

    รักแท้ก็เหมือนกับปีศาจ ทุกคนพูดถึง แต่มีคนน้อยมากที่ได้เห็นว่า เป็นอย่างไร

    The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them.

    ความเศร้าที่สำคัญ คือ การชีวิตโดยปราศจากความรัก แต่มันคงจะเศร้าเกือบจะพอ ๆ กันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรัก ว่า "คุณรักพวกเค้า"

    The way to love anything is to realize that it might be lost.

    หนทางที่จะรักสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คือ การตระหนักสิ่งนั้น ๆ อาจจะสูญหายได้



    *-*โกรธเพื่อรักกัน*-*

     


    แม้ไม่ว่าจะมีปากมีเสียง มีอารมณ์ขุ่นเคืองกับหวานใจในเรื่องเล็กหรือใหญ่และอยากเถียงให้ชนะขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้ายังอยากอยู่ด้วยกันต่อไปล่ะก็ ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณผู้ชายพึงระลึกไว้เสมอ

    1.นิ่งไว้ก่อนเมื่อมีอารมณ์
       สิ่งแรกที่ต้องทำคือสงบสติอารมณ์และความฉุนเฉียวเอาไว้ให้มิด เพราะถ้าคุณระเบิดอารมณ์สิ่งที่คุณพูดออกมาก็จะไม่มีความหมายอื่นนอกจากยิ่งทำให้เกิดรอยแผลลึกกันเข้าไปอีก คุณจึงต้องนิ่งมีสติไว้ให้มั่นและหาโอกาสอธิบายถึงเหตุผลของคุณในจังหวะที่เหมาะสมตามทำนองว่าพูดน้อยแต่ต่อยหนัก

    2.เหตุผลสำคัญที่สุด 
       เวลาที่คนเราเถียงกันนั้นไม่ใช่เพื่อเอาชนะกันเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อทำความเข้าใจในเหตุผลของกันและกัน จะมีประโยชน์อะไรที่เราเถียงชนะ แต่เจ้าหล่อนไม่ยอมรับไม่ยอมเข้าใจในเหตุผลของเรา

    ดังนั้นจึงต้องจำไว้ให้มั่นว่าห้ามหลุดคำรุนแรงหรือหยาบคายออกมา เพราะจะทำให้เกิดทั้งกำแพง ทำให้การให้เกียรติหรือเคารพในกันและกันลดน้อยลง ที่ต้องทำก็คือต้องกลั่นกรองถ้อยคำแต่ละคำที่จะพูดว่าเหมาะสมหรือ ไม่ใช่เติมเชื้อไฟลงไปอีก การใช้เหตุผลอธิบายที่มาที่ไปของสิ่งที่เราจำต้องกระทำในเวลาที่เหมาะสม ทำให้เราเข้าใจกันได้ในที่สุด

    3.เถียงให้ถูกที่-ถูกเวลา
       การเถียงกันในที่สาธารณะนอกจากจะเสียหน้าแล้วยังเสี่ยงต่อการประจานความผิดกันต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาลุกลามต่อไปได้อีก แถมเรื่องความขัดแย้งระหว่างคน 2 คน นั้นเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกคุณ เก็บเอาไว้ไปเถียงกันในที่รโหฐานดีกว่า

    ทุกครั้งที่เรามีปากมีเสียงกัน หากเราเถียงกันอย่างมีสติพยายามทำความเข้าใจ รู้จักยอมรับข้อดีข้อเสีย นิสัยใจคอที่แตกต่าง รวมถึงให้อภัยซึ่งกันและกัน เราจะค่อยๆ รู้จักรู้ใจและผูกพันกันมากยิ่งขึ้นกลายเป็นความรักที่แข็งแกร่งขึ้น

    4.ทำผิดขอโทษ-รู้จักให้อภัย และการปรับตัว คือทางรอดของรัก
       แม้ว่าจะรักกันมากเพียงใดก็ตาม แต่หลายครั้งที่ความรักล่มเรากลับพบว่าสาเหตุสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ไกลตัวแต่อยู่ภายในตัวของเราเอง เพราะเรามีตัวตนของเราเองมากเกินไป จึงไม่เข้าใจและไม่รู้จักวิธีการที่จะยอมรับคนอื่น

    การทำผิดแล้วขอโทษจากใจ และรู้จักให้อภัยก็เป็นทางออกที่ดี แต่ถ้าต้องขอโทษ ต้องยกโทษให้กันในเรื่องเดิมๆ บ่อยๆ มันคงไม่เวิร์กหรอก ทางที่ดีเมื่อทะเลาะกันทุกครั้งเราก็ควรเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันด้วย


    May 17

    ทั้งหมด...คือรัก

    ทั้งหมดคือ...รัก

    ไม่จำเป็นว่า...คุณทั้งสองต้องเดินไปในเส้นทางเดียวกัน
    ไม่จำเป็นว่า...คุณต้องเห็นดีเห็นงามไปด้วยเสียทุกอย่าง
    ไม่จำเป็นว่า...คุณต้องมีส่วนร่วมในความฝันของเขา
    ไม่จำเป็นว่า...คุณต้องเสียสละตัวเองส่งเขาให้ถึงฝั่ง
    และไม่จำเป็นเลย...ที่คุณต้องทำทุกอย่างเพื่อเขา


    แต่มันจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้อง......

    คิดถึงเขาเสมอในทุกๆวัน
    โอบกอดเขาเบาๆให้เขารู้ว่ายังมีคุณอยู่ข้างๆ
    บอกรักแทนความหมายทั้งหมดในใจที่มี
    และเติมเต็มซึ่งกันและกัน

    รักแท้...มีอิสระดังนกโบยบิน
    รักแท้...ไม่ต้องการคำนิยามใดๆ
    รักแท้...จะค่อยๆเติบโตอย่างสวยงาม
    รักแท้...สามารถดูแลตัวเองได้
    รักแท้...ไม่มีวันหมดไป แต่แค่เปลี่ยนไปตามสถานะที่ควรจะเป็น

    อย่าพูดว่า...ฉันไม่รักเธออีกแล้ว ถ้าหากคุณยังทำใจไม่ได้
    อย่าถอดใจ...ถ้าคุณยังรู้สึกทนได้
    อย่าบอกลา...ถ้าคุณยังมองเห็นหนทางที่สามารถเดินต่อไปด้วยกัน
    อย่าบอกว่าคิดถึง...ถ้าคุณไม่ได้คิดถึง
    อย่าบอกว่ารัก...ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกรัก
    อย่าบอกว่าห่วงใย...ถ้าเพียงเพราะต้องบอกไปเพราะความเคยชิน

    และสุดท้าย......
    อย่าเสียใจ....ถ้าคุณได้ตัดสินใจดีแล้ว

    แตกต่าง...และ...เติมเต็ม

     

     

    แตกต่าง...และ...เติมเต็ม

    แปลกมั๊ย..ใคร ๆ ก็คิดว่าเวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
    จริง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย



    เวลา... เดินไปข้างหน้า
    นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า


    เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
    นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

    เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
    นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ได้

    เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกับอะไร
    นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น



    แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน

    แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย
    หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
    ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว
    ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?

    เวลากับนาฬิกา ก็เหมือนฉันกับเขา

    ฉันกับเขา.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
    ฉันกับเขา.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
    ฉันกับเขา.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
    ฉันกับเขา.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน

    ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า
    หาสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

    เขา.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
    ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

    ฉันอาจไม่พบกับเขาเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
    ฉันอาจไม่พบกับเขาเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง

    เขายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิม ๆ
    เขายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

    แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ …

    ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเขาไว้
    แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ
    ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน

    ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
    และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า.. กันและกัน
    เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป